วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แทยัง(Tae Yang) จะเปิดตัวอัลบั้มใหม่หลังจากห่างหายไปกว่า1ปี5เดือน หลังจากอัลบั้มโซโล่แรก




แทยัง (Tae Yang) หนึ่งในสมาชิกวง BIGBANG จะเปิดตัวอัลบั้มใหม่หลังจากห่างหายไปเป็นเวลา หนึ่งปี ห้า เดือน หลังจากการทำกิจกรรมโซโล่แรก
ปีสองพันแปด ที่ผ่านมา แทยัง ได้วางแผนมินิอัลบั้มโซโล่ชิ้นแรก และได้รับความนิยมอย่างมากจากเพลง 'PARAY' 'LOOK AT ME ONLY' และในที่สุดพ แทยัง ก็จะกลับมาพร้อมกับผลงานเพลงใหม่ที่ชื่อว่า 'WHERE U AT' ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 15 ตุลาคม 2009 นี้
โดยเฉพาะ มิวสิควีดีโอ เพลงครั้งนี้ แทยัง จะโชว์ท่าเต้น และ สไตล์ ใหม่ๆด้วย ซึ่งนักเต้นชาวต่างชาติ ที่ได้ร่วมงาน มิวสิควีดีโอ ครั้งนี้กล่าวว่า " แทยัง เป็นคนที่เต้นเก่งมากๆ บางทีคิดว่าเต้นเก่งกว่านักเต้นอาชีพด้วยซ้ำไปนะครับ คนที่มีอาชีพเป็นนักร้อง ก็มีความสามารถในการเต้นแบบนี้ได้ด้วย เหลือเชื่อเลยทีเดียวครับ "
เพลง 'WHERE U AT' เป็นผลงานเพลงของ Teddy นักแต่งเพลงของค่าย YG ENTERTAINMENT ที่เคยทำผลงานเพลง 'LOOK AT ME ONLY' 'Lollipop'และ 'I Don't Care' เป็นต้น ซึ่งแทยัง ได้ร่วมงานกับเขาอีกครั้งต่อจากอัลบั้มเก่า
ต้นสังกัดของแทยังกล่าวว่า " เพลง 'WHERE U AT' ที่จะเปิดตัวในวันที่่15 ตุลาคม 2009 นี้ เป็นเพียงกานอุ่นเครื่องสำหรับอัลบั้มชุดเต็มของ แทยัง ซึ่งจะไม่มีการทำโปรโมทเพลง หรือการเข้าร่วมในรายการนะครับ เพราะว่าเพลวนี้ยังไม่ใช่เพลงไตเติ้ลของอัลบั้มเต็ม แต่จะใช้เพลง 'WEDDING DRESS'ซึ่งเป็นเพลง Digital single ครั้งที่สอง เป็นเพลง ไตเติ้ล สำหรับอัลบั้มชุดเต็ม และจะเปิดตัวต้นเดือนพฤษจิกายน 2009 นี้นะครับ"
เครดิต: www.saranghey.com

รักแร้ดำ ทำไงดี !!

รักแร้เป็นผิวหนังที่บอบบาง ประกอบด้วยต่อมเหงื่อและรูขุมขนจำนวนมาก ซึ่งต่อมเหงื่อของคนเรามี 2 ประเภท คือต่อม Eccrine ที่มีอยู่ทั่วร่างกายทำหน้าที่ผลิตเหงื่อ ลดอุณหภูมิของร่างกาย และต่อม Apocrine ซึ่งพบในพื้นที่เฉพาะเช่นรักแร้ ราวนม(ในบางคน) บริเวณอวัยวะเพศ และขาหนีบ เมื่อ ย่างเข้าสู่วัยรุ่น (อายุ11-12 ปี) ต่อม Apocrine จะสร้างสารเคมีที่มีกลิ่นเฉพาะตัวเรียกว่า "กลิ่นตัวหรือกลิ่นกาย" บอกถึงความเป็นหนุ่มสาว เป็นเสน่ห์ แต่ละคนมีต่อม Apocrine ไม่เท่ากัน หากมีมากเหงื่อบริเวณรักแร้จะมากตามไปด้วย ประกอบกับว่าบริเวณนี้มีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ กลิ่นกายจึงอาจเปลี่ยนเป็นกลิ่นตัวได้ค่ะโดยทั่วไปแล้วเราสามารถแก้ปัญหากลิ่นตัวได้ง่ายๆ โดยกำจัดเชื้อแบคทีเรียให้มากที่สุด เช่น อาบน้ำบ่อยๆ ชำระล้างเหงื่อออก ใช้สบู่ฆ่าเชื้อทำความสะอาด ใช้ยาระงับกลิ่นกาย ขจัดขนรักแร้ออกให้หมดเพื่อลดการสะสมของเหงื่อ และกำจัดที่อยู่ของเชื้อแบคทีเรีย แต่ในคนที่มีปัญหามาก อาจต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังเพื่อใช้ยาปฏิชีวนะแบบครีม ทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น นีโอมัยซิน หรือ เจนต้ามัยซินครีม และถึงแม้ว่ายาทั้งสองแบบจะมีขายตามร้านขายทั่วไป แต่ก็ไม่ควรซื้อมาใช้เองเพราะอาจเกิดอาการแพ้ยาได้ นอกจากนี้ยังมีการฉีดโบท็อกที่รักแร้ เพื่อลดเหงื่อให้น้อยลงและแห้งสนิทภายใน 7 วัน โดยการฉีด 1 ครั้ง สามารถลดเหงื่อได้ 4-6 เดือน เมื่อยาหมดฤทธิ์เหงื่อจะไหลอีก ซึ่งต้องอาศัยการฉีดซ้ำ ค่ารักษาประมาณครั้งละ 10,000 - 12,000 บาทโรลออนกับสารก่อมะเร็งแม้ จะเคยมีข่าวว่าสารอลูมิเนียมในโรลออนอาจทำให้ผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านม แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นจริง และโดยปกติสารอลูมิเนียมไม่สามารถซึมเข้าร่างกายได้เหมือนสารปรอทและตะกั่ว จึงไม่น่าทำอันตรายต่อร่างกายได้ ยกเว้นผู้มีอาการแพ้สารอลูมิเนียมในบางคนที่อาจเกิดรอยดำหรืออักเสบ ควรแก้ไขด้วยการเปลี่ยนโรลออนที่ใช้สารอื่นแทน สารส้ม (Alum) หรือเกลือเชิงซ้อน ที่ มีสารอลูมิเนียมและซัลเฟตเป็นส่วนประกอบหลัก เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ คนไทยโบราณรู้จักใช้มานานแล้ว สารส้มไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่เปื้อนเสื้อผ้า และปลอดภัยกับร่างกายเพราะไม่อุดตันรูขุมขน ใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ทั้งใต้วงแขน เท้า ช่วยระงับกลิ่นได้ดี และด้วยคุณสมบัติความเป็น ด่างในตัว เมื่อมาเจอกับความเป็นกรดของเหงื่อจึงหักล้างกันทำให้กลิ่นตัวหมดไป และสารส้มยังสามารถใช้ทาส้นเท้าป้องกันและรักษาส้นเท้าแตก หรือทาแก้คันตามผิวหนังเมื่อยุงกัดหรือคันจากสาเหตุอื่นได้อีกด้วยปัจจุบัน มีผู้นำสารส้มมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นทั้งรูปแบบของโรลออน สเปรย์ แป้ง กันหลายยี่ห้อ ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศเพราะปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงใดๆส่วนปัญหารักแร้ดำ ทำไงดีตาม ปกติแล้วผิวใต้วงแขนจะมีสีคล้ำกว่าผิวส่วนอื่นๆ เล็กน้อยเพราะเป็นส่วนที่ผิวย่นมารวมกันเหมือนคอ หรือบริเวณขาหนีบ แต่หากผิวส่วนนี้ดำคล้ำกว่าสีผิวส่วนอื่นอาจเป็นไปได้ว่าเกิดความผิดปกติ ขึ้น ควรพิจารณาหาสาเหตุและรักษาอย่างเร่งด่วนปัญหารักแร้ดำเกิด ได้จากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือ การสัมผัสสารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการระคายเคืองและรอยดำ จากน้ำหอม สารกันเสีย หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Triclosan, Triclocarban, Irgosan ในยาระงับกลิ่นกาย การรักษาจึงต้องแก้ไขตามอาการ หากเป็นการแพ้น้ำหอม ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนชนิดที่ไม่มีสารสร้างกลิ่นหอมที่ระบุว่า "Fragrance-Free" โดยสังเกตส่วนประกอบสำคัญบนฉลาก หากมีชื่อสารที่แพ้ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาระงับกลิ่นแบบอื่นแทน ความอ้วนและการเสียดสีก็เป็นอีกสาเหตุของรักแร้ดำได้ การแก้ไขจึงควรลดน้ำหนักและใช้ยาลดรอยดำ หรือไวท์เทนนิ่งทาควบคู่กัน แต่ไม่ควรใช้กลุ่มที่มีกรดผลไม้ ไม่ว่า AHA หรือ BHA เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้น แต่ถ้ารักแร้ดำและนูนเหมือนกำมะหยี่ (มักพบในคนเป็นโรคเบาหวาน) ควรพบแพทย์ทันทีค่ะอย่างไรก็ตามการรักษาปัญหารักแร้ดำควร ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้วิเคราะห์สาเหตุเพื่อให้ได้ผลตรงกับ อาการและรักษาได้ถูกวิธีที่สุด เพราะหากซื้อยามาใช้เองอาจทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้น

เครดิต : http://www.shopbegin.com/beauti8.html

นอนมากอ้วนน้อย จริงไหม ?

นอนมากอ้วนน้อย จริงไหม ?




การนอนและการกินเป็นพฤติกรรมที่มีความสำคัญต่อสุขภาพและความอยู่รอด ของคนและสัตว์มาก เราเคยเข้าใจกันว่าคนนอนมาก นอนอุตุ เป็นคนเกียจคร้าน และมักจะอ้วนกว่าคนนอนน้อย แต่ความจริงแล้วคนนอนมากกลับมีน้ำหนักน้อยกว่า

จากการศึกษาในคนอเมริกันในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ชั่วโมงนอนโดยเฉลี่ยของคนอเมริกันได้ลดลง 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะ เดียวกันจำนวนคนอ้วนก็มีเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในขณะนี้ประมาณ 2 ใน 3 ของคนอเมริกันมีน้ำหนักเกินปกติจากรายงานหลายรายพบว่าการนอนน้อยมีความสัมพันธ์ผกผันกับความอ้วน คือ เมื่อการนอนน้อยลง ดัชนีมวลรวมของร่างกายจะเพิ่มขึ้น อ่าน ถึงตรงนี้บางคนอาจจะถึงบางอ้อว่า การนอนจนเลยเวลาอาหาร ไม่ได้กินอาหารจึงทำให้ผอมลง แต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง ปัจจุบันนี้มีข้อมูลใหม่บ่งบอกว่า การนอนของคนเรามีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวออกมา ฮอร์โมนที่ว่านั้นคือ เกรลิน (Ghrelin) และเล็ปติน (Leptin) เกรลิ น (Ghrelin) เป็นฮอร์โมนกระตุ้นความหิวที่ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1970 กว่าๆ โดยพบในเซลล์กระเพาะอาหารและเนื้อเยื่ออื่นๆ เช่น ที่สมองส่วนไฮโปธารามัส ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นความหิวที่มีฤทธิ์แรงที่สุดเท่าที่รู้กันใน ปัจจุบัน ฮอร์โมนนี้ทำให้หนูในห้องทดลอง เพิ่มความหิว กินอาหารมากขึ้น มีไขมันมากขึ้น ส่วนเล็ปติน (Leptin) เป็นฮอร์โมนที่กดความหิว เขาพบ ฮอร์โมนนี้ในเนื้อเยื่อไขมัน เมื่อปี ค.ศ.1994 นักวิทยาศาสตร์พบว่าหนูที่อ้วนโดยพันธุกรรมมียีนที่บกพร่องในการสร้างสาร เล็ปติน เมื่อเขาเอาสารเล็ปตินฉีดเข้าหนูอ้วนที่ว่านี้ หนูนั้นลดการกินอาหารลง อัตราการเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวลดลง สำหรับ การทดลองในคน เขาศึกษาพบว่าคนที่นอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อคืนมีความโน้มเอียงที่จะอ้วนกว่าคนที่นอนมากกว่า 8 ชั่วโมง คนที่ปกตินอนคืนละ 5 ชั่วโมงมีระดับฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ในเลือดสูงกว่าคนที่นอน 8 ชั่วโมงต่อคืน 15% และมีระดับเล็ปติน (Leptin) ต่ำกว่า 15%การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน 2 ตัวนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความหิวอาหาร คือ คนที่นอนน้อยจะหิวมากกินมาก และอ้วนมากกว่า จากการศึกษาของหมอชาฮ์ราด เตฮารี แห่งวิสคอนซิล และเพื่อนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ตีพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคม 2004 ในวารสาร Public Library of Medicine ในการศึกษานี้ส่วนหนึ่งเขาใช้อาสาสมัคร 1,024 คน เขาให้นอนค้างคืนในห้องแล็ป แล้วทำการตรวจเฝ้าระวังติดตามการนอนหลับ เช่น ความ เปลี่ยนแปลงของคลื่นสมอง การหายใจ การเต้นของหัวใจ บันทึกน้ำหนักและความสูง ตรวจเลือด และให้ตอบแบบสอบถามถึงเรื่องนิสัยการนอน ฯลฯ เขาพบว่ามีความ สัมพันธ์โดยผกผันระหว่างการนอนน้อยกว่า 7.7 ชั่วโมงต่อคืนกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลรวมของร่างกาย ในขณะเดียวกันก็พบว่าคนนอนน้อยจะมีระดับเกรลินเพิ่มขึ้นและเล็ปตินต่ำลง และพบว่าการลดลงของการนอนจาก 8 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมงทำให้ระดับเกรลินเพิ่มขึ้น 15% และระดับเล็ปตินลดลง 15% คือทำให้หิวมากขึ้นนั้นเอง อีกรายงานหนึ่งในวารสาร Annals of Internal Medicine ซึ่งยืนยันผลการศึกษาข้างต้นคือ ในคนอดหลับอดนอนระดับเล็ปตินลดลง 18% และระดับเกรลินเพิ่มขึ้น 28% และความหิวเพิ่มขึ้น 24% และกินอาหารเพิ่มขึ้น 23% โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือกกินอาหารแป้งหรือน้ำตาลที่มีแคลอรีสูง เช่น ไอศกรีม เมื่อก่อนนี้เราเคยสังเกตพบว่าคนที่มีอาชีพอยู่เวรดึก เช่น หมอ หรือพยาบาล มักจะอ้วนหรือตุ้ยนุ้ยกว่าคนที่อยู่เวรเช้าที่ไม่ต้องอด หลับอดนอน เมื่อก่อนเราก็เข้าใจกันเอาเองว่า การที่คนอยู่เวรดึกอ้วนกว่าเพราะกินมากกว่า เนื่องจากมีความเครียดทำให้หิวมากกว่า แต่ในปัจจุบันนี้เรามีคำอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น คือ เมื่ออดนอนก็มีฮอร์โมนเพิ่มความหิวมากขึ้น ทำให้กินมากขึ้น เมื่อก่อนนี้เคยมีการศึกษาพบว่าคนที่ทำงานกะดึกมีโรคมากกว่าคนทำงานกลางวัน คือนอกจากเครียดกว่า อ้วนกว่าแล้ว คน ทำงานกะดึกยังมีโรคมากกว่า เช่น โรคหัวใจและความดันเลือดสูงมากกว่า เป็นมะเร็งเต้านมมากกว่า เป็นต้น งานกะดึกหรือเวรดึกจึงไม่ค่อยจะเป็นที่พิสมัยของใครๆ จึงต้องมีการหลบหลีกแลกเวรกันเป็นประจำ คนมีครอบครัวก็มักจะอ้างเอาคู่ที่อยู่ครองมาเป็นข้อต่อรอง ทำให้คนโสดต้องเสียเปรียบรับภาระส่วนนี้ไปมากกว่า คนที่จะอยู่เวรดึกจึงหาได้ยาก จึงควรมีการจ่ายค่าตอบแทนที่มากขึ้นเหมือนอย่างที่ประเทศพัฒนาเขาทำกัน เป็นการตอบแทนความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว จากการศึกษาพบฮอร์โมนควบคุมความหิวดังกล่าวทำให้เรามีความหวังว่าต่อไปเราจะมียารักษาคนผอม คือ ฉีดยากระตุ้นความหิวให้เจริญอาหาร ทุกวันนี้เวลาคนไข้มาปรึกษาเรื่องผอม หมอก็จะรักษาทางอ้อม คือ ให้วิตามินบ้าง อาหารเสริมบ้าง ยังไม่มียาเพิ่มความหิวโดยตรง (เท่าที่รู้) ส่วนยาลดความหิวที่ใช้รักษาความอ้วนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่ดี ที่ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง ต่อไปเราอาจจะมียาฉีดลด ความอ้วนในรูปของฮอร์โมนอย่างเล็ปตินก็เป็นได้ แต่จากการทดลอง ในคน ผลการศึกษายังไม่ตรงไปตรงมาเหมือนในหนู เนื่องจากความอ้วนในคนเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่ความหิวอย่างเดียว อาจจะเป็นพันธุกรรม นิสัยการกิน ชนิดของอาหาร เป็นต้นความหวังที่จะได้ ยาฉีดลดความอ้วนจึงยังไม่เป็นจริงในขณะนี้ การนอนที่เพียงพอมีผลดีต่อสุขภาพหลายสถานนอกจากการลดความหิว การนอนทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ระบบภูมิต้านทานต่อ โรคดีขึ้น เนื่องจากมีเซลล์ต้านการติดเชื้อมากกว่า มีการผลิตสารเมลาโทนิน มากกว่าทำให้ต้านมะเร็งได้ ทำให้แก่ช้าลงและอายุยืนกว่าคนนอนน้อย ทำให้มีความซึมเศร้าน้อยกว่า ในเด็กวัยรุ่นที่นอนน้อยจะมีอุบัติการณ์ ดื่มเหล้าและเสพยามากกว่าปกติถึง 2 เท่า ในเด็กวัยเจริญเติบโตการนอนที่เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของ การเจริญเติบโตของร่างกาย การนอนที่เพียงพอจะทำให้ ขับรถไม่หลับใน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่สำคัญโดยเฉพาะในห้วงเวลาของเวิลด์ คัพฟีเวอร์ในขณะนี้ (ที่เขียนต้นฉบับ) ที่ว่ามานี้ไม่ใช่ต้องการชี้แนะให้นอนอุตุขี้เกียจหลังยาว แต่แนะนำให้นอนให้เพียงพอ เฉลี่ยวันละ 7-8 ชั่วโมง สำหรับหลายคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ทั้งๆ ที่มีอาชีพที่เขาให้โอกาสนอนได้มากๆ เช่น เป็นครู อาจารย์ ไม่ต้องอยู่เวรยาม แถมยังมีเวลาหยุดภาคเรียน แต่ก็ยังนอนไม่หลับ ผู้รู้เรื่องการนอนหลับแนะนำว่าเพื่อให้การนอนหลับดี ควรลองปฏิบัติดังนี้ • เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด • ฝึกทำกิจกรรมที่เป็นอาจิณปฏิบัติ เช่น อาบน้ำก่อนนอน อ่านหนังสือง่ายๆ ก่อนนอน (ถ้าเอาไวยากรณ์ไทยมาอ่านก็ต้องระวังเพราะอาจขึ้นเตียงไม่ทัน) • ใช้ห้องนอนสำหรับการนอนและเพศสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ควรใช้ดูหนังดูละครหรือดูกีฬาทำความรำคาญให้แก่คู่ครองที่มีรสนิยมต่างกัน หรือใช้ห้องนอนทำบัญชีเคลียร์หนี้ซึ่งทำให้เครียดจนนอนไม่หลับ • ทำห้องนอนให้เงียบและมืดซึ่งชวนให้หลับได้ดี ในขณะที่ยังไม่มียาลดความอ้วนที่ดีที่ปลอดภัย การนอนที่เพียงพอจึงเป็นยาต้านความอ้วนที่ดีอย่างหนึ่งครับ

เผาผลาญแคลอรี


วิธีง่ายๆกับการเผาผลาญแคลอรี่

(1) หากอยากกินขนม ให้ดื่มน้ำแทน เอาให้อิ่มไปเลย
(2) พยายามให้ตู้เก็บอาหารของเราว่างเปล่า เพื่อจะไม่ได้มีสิ่งยั่วยวนให้เราตบะแตก
(3) ติดรูปนางแบบ หรือ นายแบบ ที่เราฝันอยากจะเป็น เพื่อสร้างแรงจูงใจ ในการลดความอ้วน
(4) กินของที่มีรสชาติร้อนแรง เช่น พริกป่น ขิง ซอสพริก จากรายงานของ มหาวิทยาลัยเกียวโต ญี่ปุ่น พบว่ามันจะกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรีได้ประมาณ 25%
(5) หลับเพื่อลดความอ้วน เมื่อคุณหลับโอกาสที่จะหาของกินย่อมมีน้อยลง

(6) เป็นนักช็อปที่ฉลาด มีรายชื่อข้าวของที่คุณต้องการที่จะซื้อ และให้ซื้อเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดกิเลสไปซื้อของอ้วนๆมากิน
(7) กินข้าวเช้าเถอะที่รัก เพราะมันจะไม่ทำให้คุณหิวมากตอนช่วงกลางวัน
(8) ฟังเพลงที่มีสุนทรียรส (พวกเพลงอกหัก อย่าฟัง) นักวิจัยพบว่า สมองเราทำงานเมื่อเวลาฟังเพลงดีๆ เหมือนกับตอนที่เราหม่ำอาหารที่ชอบ
(9) อย่ากินจนกว่าจะนั่ง
(10) ดื่มชาเขียว มหาวิทยาลัยสวิสเซอร์แลนด์พบว่าการดื่มชาเขียวจะช่วย เผาผลาญแคลอรี พยายามดื่ม 3 ถ้วยต่อ

(11) เวลากินก็สนใจในสิ่งที่ตนเองกิน หากตอนที่เราดูทีวี อ่านหนังสือ หรือดู internet ก็อย่ากิน
(12) พยายามหาเวลาไปเดิน เพราะนอกจากจะช่วยเผาผลาญแคลอรีแล้ว แสงแดดยังช่วยทำให้ลดความอยากอาหารด้วย
(13) พยายามหมั่นแปรงฟัน เพราะมันช่วยลดความอยากของคุณได้
(14) กินพออิ่ม เหลือก็ช่างมันเถอะ อย่าเสียดาย ให้คิดเสียว่าหากกินเข้าไป เวลาจะลด อาจจะเสียเงินมากกว่า
(15) อย่าใจร้อนจะลดความอ้วนภายในพริบตา เพราะนอกจากมันจะทำไม่ได้แล้ว คุณจะเสียกำลังใจไปเปล่าๆ
(16) เดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟท์

(17) ซื้อเชือกกระโดด มันเป็นการออกกำลังกายที่ดี และไม่เปลืองที่อีกด้วย
(18) บริหารก้น เมื่อคุณยืนรอรถเมล์ หรือ นั่งทำงาน ลองพยายามเกร็งกล้ามเนื้อที่ก้นแล้วก็คลาย มันไม่เพียงแต่ทำให้ก้นคุณกระชับ แต่มันทำให้เราผ่อนคลายด้วย (เอ้อ ดีแฮะ)
(19) ไปซื้อดัมเบลล์มาเล่นที่บ้าน เวลาว่างก็เอามันมายกขึ้นยกลง
(20) ลองขึ้นบันได้ทีละสองขั้น
(21) บ้านไหนมีสวน ก็ไปขุดดิน ตัดหญ้าบ้าง เอาแคลอรีออกไป
(22) ไปซื้อวิดีโอออกกำลังกาย เปลี่ยนบ้านให้เป็น ฟิตเนสเลย

สตีเว่น สปีลเบิร์กเตรียมสร้างหนังจากหนังสือของไมเคิล ไครชตัน



อ่ะ ไม่ใช่ Jurassic Park แล้ว หนังใหม่ที่ว่านี้สปีลเบิร์กเตรียมสร้างจากหนังสือเรื่อง Pirate Latitudes เป็นเรื่องราวการผจญภัยแถบชายฝั่งจาไมก้าในปี 1665 บทหนังดัดแปลงโดยเดวิด โคปเจ้าเก่าจากที่เคยเขียนบทหนัง Jurassic Park และ The Lost World งานนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าพ่อมดฮอลลีวู้ดจะกำกับเองหรือไม่ แต่นั่งแท่นอำนวยการสร้างแน่นอน ดรีมเวิร์คส์สตูดิโอวางกำหนดฉายไว้ที่ 24 พฤศจิกายน หนังจะมีฉากหลังเกี่ยวพันกับพอร์ตรอยัลเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอื้อฉาวของโลก,การแย่งชิงเหรียญทองสเปนและสมบัติต่างๆ ด้านซีอีโอของดรีมเวิร์คสก็ออกมาพูดถึงโปรเจ็คท์นี้ว่า " มันเป็นหนังภารกิจ เราจะได้เห็นแง่มุมหลายๆ ด้านว่าการใช้ชีวิตบนเกาะในยุคนั้นเป็นอย่างไร" เอ๊ะ ไม่มีใครเชิญซีอีโอดรีมเวิร์คสไปดู Pirates of the Caribbean รอบปฐมทัศน์เหรอ ?

Thanks พี่ VJ

สุดหล่อ Chaning Tatum จะเล่นหนังโรมัน


โชว์สเต็ปเท้าไฟไปแล้วเป็นทหารมาดเท่สร้างจากการ์ตูนไปแล้วคราวนี้หันมารับบทแบบย้อนยุคบ้าง ในหนัง The Eagle of the Ninth หนังพีเรียดโรมันของผู้กำกับเควิน แมคโดนัลด์ซึ่งร่วมแสดงโดย เจมี่ เบล,โดนัลด์ ซุทเธอแลนด์และมาร์ค สตรอง หนังมีฉากหลังเป็นยุคศตวรรษที่สองของอังกฤษ กล่าวถึงกองทหาร Ninth Legion ที่หายไปในหุบเขาของสก็อตแลนด์ และทหารหนุ่มมาร์คัส อากีลา (ทาทั่ม) จากโรมก็ออกเดินทางเพื่อไขปริศนาและกู้ชื่อเสียงของพ่อซึ่งเป็นนายทหารนำ
Thanks พี่ Vj

Bryan Singer สนใจจะกำกับ X-Men ต่อ


วันอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้กำกับ Bryan Singer ได้พูดว่าเขามีความสนใจที่จะกำกับหนังชุด X-Men ต่อและได้พูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการสร้างหนังชุดนี้กับทางฟ็อกซ์แล้ว "ผมยังอยากจะกลับไปทำหนังชุด X-Men อีก และก็ได้พูดคุยเรื่องนี้กับฟ็อกซ์แล้ว" ซิงเกอร์ได้ให้สัมภาษณ์ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีเมื่อวานที่ผ่านมา "ผมชอบฮิวจ์ แจ๊คแมน และชอบนักแสดงทุกคน" เขากล่าวว่าซีรี่ส์ X-Men นั้นเป็นเรื่องของการดิ้นรนต่อสู้ในสังคม เขากล่าวว่าเขาต้องการจะ"เล่น"กับผู้ชมให้เกิดความรู้สึกเหมือนได้ดูดอกไม้ไฟ แต่ขณะเดียวกันผู้ชมก็ได้เรียนรู้ตนเองและได้เข้าใจถึงสิ่งที่เขาต้องการบอก เขากล่าวทิ้งท้ายว่า "ความตื่นเต้นในการทำหนังไซไฟแฟนตาซีก็คือเนื้อหาว่ามันดีพอและมันสะท้อนแง่มุมของมนุษย์ได้"
Thanks คุณVJ

ผู้กำกับ District 9 เตรียมกำกับหนังใหม่


หลังจากประสบความสำเร็จไม่น้อยจากหนังอินดี้ดีๆ ของปีนี้อย่าง District 9 ที่ได้เสียงชื่นชมไปไม่น้อย ผู้กำกับ Neill Blomkamp ที่ได้ปีเตอร์ แจ๊คสันหนึนหลังก็เตรียมกำกับหนังไซไฟเรื่องต่อไปแล้ว โดยทางค่าย Media Rights Capital ได้ยืนยันว่าผู้กำกับBlomkamp มีหนังใหม่ที่วางกำหนดฉายสำหรับปี 2010 แล้ว แต่ครั้งนี้จะไม่มีปีเตอร์ แจ๊คสันมาอุ้มแล้ว เขาได้พูดถึงหนังเรื่องใหม่นี้ว่า "MRC ได้ให้โอกาสผมได้ทำหนังไซไฟที่ผมอยากทำมานานซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งสำคัญมาก หนังเรื่องนี้จะออกมาแบบตลาดมากกว่าและน่าจะเป็นหนังแบบเรื่องเดียวจบ District9 นั้นต่างกับเรื่องนี้ ซึ่งผมได้เรียนรู้ขั้นตอนจากปีเตอร์ แจ๊คสัน เขาควบคุมขั้นตอนทุกอย่าง แต่เขาก็ให้ผมได้ทำอย่างที่ผมอยากทำ" แล้วหนังเรื่องใหม่จะเป็นอย่างไร "ผมไม่สนใจการทำหนังทุนสูงหรือทำอะไรที่ใหญ่โตนักแบบที่นักทำหนังรุ่นใหม่ไฟแรงอยากทำ กันนะ แต่ผมหวังว่าหนังเรื่องนี้จะไม่เหมือนใครและสะท้อนตัวตนของผม มันเป็นหนังไซไฟอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต่างกับ District 9 แต่ก็จะมีโทนและแนวของหนังที่คล้ายคลึงกัน" สำหรับแฟนหนัง District 9 ก็อย่าตกใจไป เพราะไงก็ตามจะมี District 9 ภาคสองแน่นอนจ้า
Thanks คุณ VJ

แซม ไรมี่เผยข้อมูล Spider-Man 4




ขณะที่มีข่าวว่า Spider-Man4 กำลังเตรียมงานสร้างเพื่อให้ทันฉายฤดูใบไม้ผลิปี 2011 ทางผู้กำกับและโทบี้ แมคกวายร์ก็ได้มีการพูดกันถึงทิศทางของหนังและมิติของตัวละครอย่างปีเตอร์ พาร์คเกอร์ "ผมได้คุยกับโทบี้แล้วเรื่องบทของเขาว่าจะเป็นอย่างไรในภาคต่อไป" ไรมี่พูดถึงไอเดียของเขาในหนังภาคต่อ "พาร์คเกอร์ในตอนแรกเป็นวัยรุ่นที่เห็นแก่ตัว,ไร้เดียงสาและได้บทเรียนที่เกิดกับลุงของเขาทำให้เข้าใจความหมายของคำว่าคความรับผิดชอบ มาในภาคสองเขาต้องต่อสู้กับความต้องการของตัวเองกับความรับผิดชอบ และในภาคสามผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของด้านมืดในตัวที่ปรากฎออกมา" ส่วนในภาคสี่ไรมี่และแมคกวายร์มองภาพของหนังไว้ว่าเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้ใหญ่และรักษาสมดุลย์ของการเป็นฮีโร่ปราบเหล่าร้ายในขณะที่ต้องรับมือกับชีวิตส่วนตัว "ผมคิดว่าในเป็นเรื่องของการที่เขาต้องใส่ใจกับความรับผิดชอบของเขา และต้องทำความเข้าใจกับภาระหน้าที่และภาระหน้าที่ต่อคนรักของเขาด้วย" ไรมี่กล่าวว่าเขาต้องการเปิดกล้องหนังภาคสี่ในราวมีนาคมปี 2010 และนอกจากแมคกวายร์แล้วเคิร์สเต็น ดันสท์ก็ผูกขาดกับบทนี้ไว้ด้วยเช่นกัน ส่วนบทสมทบอื่นๆ ก็คงจะทยอยออกมาเรื่อยๆ

Thanks คุณ VJ

Ian McKellen ยังคงรับบทแกนดาล์ฟ แต่อาจจะไม่รับบทแมก


ข่าวล่าสุดตอนนี้คือคุณปู่ Ian McKellen เจ้าของบทนำสำคัญในหนังสุดฮิตถึงสองเรื่องอย่าง LOTR และ X-Men ได้ให้ข่าวว่าแกจะรับบทแกนดาล์ฟแต่จะยังไม่รับบทแมกนีโต้เร็วๆ นี้แน่ ซึ่งทางนิตยสาร Empire ของอังกฤษได้พยายามเค้นถามถึงความคืบหน้าของ The Hobbit และแม็คคัลเลนก็ได้พูดถึงหนังว่า " บทหนังของ The Hobbit ทั้งสองภาคกำลังจะเรียบร้อย ซึ่งต่อไปก็จะต้องกำหนดทุนสร้างและตัวละคร และต่อไปก็จะเป็นอย่างที่เชาพูดกันว่าจะทำ ก็คือถ่ายทำกันช่วงฤดูใบไม้ผลิ ราวมีนาฯ หรือเมษาฯ Guillermo ยังบอกผมด้วยว่า"เราจะถ่ายทำกัน 383 วัน" เขาอาร์ตเข้าขั้นจริงๆ! Jackson ก็เช่นกันเหมือนกันมากๆๆ แต่พวกเขาก็ต่างกันด้วย พวกเขาไม่ชอบทำอะไรแบบฮอลลีวู้ด แต่ชอบอะไรที่มันแฟนตาซีและน่ากลัวพร้อมๆ กัน Guillermo เป็นคนที่เก่งที่สุดคนนึงที่ผมเคยรู้จัก ความรู้เรื่องศัพท์ภาษาอังกฤษของเขายอดเยี่ยมกว่าผมมาก" ส่วนข่าวเรื่องการสร้าง Magneto นั้น McKellen คาดว่าเขาไม่น่าจะเกี่ยวข้องเนื่องจากหนังน่าจะเน้นเรื่องของแมกนีโตในวัยหนุ่มมากกว่า

Thanks คุณ VJ

Keira Knightley จะรับบทใน My Fair Lady ฉบับรีเมก


ไม่มีอะไรจะทำแล้ว หนังคลาสสิคก็จะเอามาทำกัน ข่าวว่าสาว Keira Knightley ได้รับเลือกให้รับบท Eliza Dolittle ในหนังคลาสสิคฉบับรีเมกของผู้กำกับ Joe Wright ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเสนอให้ Scarlett Johansson รับบทนี้แต่เธอก็ได้บทนี้ไปในที่สุด ก่อนหน้านี้ทั้งเธอและผู้กำกับคนนี้ก็เคยร่วมงานกันในหนังพีเรียดจากนิยายคลาสสิคอย่าง Pride and Prejudice และยังทำงานร่วมกันใน Atonement ด้วย อย่างไรก็ตามการที่เธอได้บทนี้มาแทน Scarlett ก็ด้วยความเป็นสาวอังกฤษแท้ๆ และเธอยังมีลุคที่คล้ายกับนางเอก Audrey Hepburn ที่เคยรับบทนี้ในปี 1964 ด้วย นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นนักแสดงหญิงชาวอังกฤษมากฝีมืออย่าง Emma Thompson อีกทั้งข่าวยังเปรยๆ ด้วยว่าหนังน่าจะได้ Daniel Craig มารับบทศาสตราจารย์ Henry Higgins
Thanks คุณ VJ

หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ปี2551

วยความเป็นห่วงโรงเรียนต้นแบบ และโรงเรียนที่มีความพร้อมในการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 จะขยับไม่ทันเดือน พ.ค.2552 ซึ่งต้องใช้หลักสูตรแล้ว ดร.เฉลิม ฟักอ่อน ศึกษานิเทศก์ สพท.ลำพูน เขต 1 ได้สังเคราะห์เฉพาะสิ่งที่จำเป็นในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับโรงเรียนดังกล่าว และการเตรียมการจัดการเรียนรู้ โดยครูผู้สอนต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้เป็นหน่วยการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค Backward Design และได้กรุณาส่งมาให้ครูบ้านนอกดอทคอม ได้เป็นสื่อกลางเผยแพร่ความรู้นี้ หวังว่าท่านคงจะนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินการได้ และครูบ้านนอกดอทคอม ขอขอบพระคุณ ดร.เฉลิม ฟักอ่อน มา ณ ที่นี้ด้วย
ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ 293/2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 กำหนดให้สถานศึกษา ในสังกัด จัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้(กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)

1. โรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตรและโรงเรียนที่มีความพร้อมตามรายชื่อที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ ใช้หลักสูตรฯ ดังนี้
1.1 ปีการศึกษา 2552 ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4
1.2 ปีการศึกษา 2553 ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5
1.3 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทุกชั้นเรียน

2. โรงเรียนทั่วไป ให้ใช้หลักสูตรฯ ดังนี้
2.1 ปีการศึกษา 2553 ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4
2.2 ปีการศึกษา 2554 ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5
2.3 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นไป ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทุกชั้นเรียน


สถานศึกษา ที่ต้องใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามกำหนดเวลาดังกล่าว ควรศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลางฯ และเตรียมการจัดทำสิ่งต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าวแล้ว เอกสารเกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลางฯ สถานศึกษา สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.curriculum51.net และกระทรวงศึกษาธิการจะทะยอยส่งเอกสารเป็นรูปเล่มให้สถานศึกษาที่ต้องใช้หลักสูตรแกนกลางฯ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 ตั้งแต่เดือนมกราคม


ขอขอบคุณ ดร.เฉลิม ฟักอุ่น